คนที่เกิดในยุคทศวรรษ 1980 ต้องห้ามพลาด!|พิเศษรวมอนิเมะย้อนวันวาน
ในช่วงทศวรรษ 1980 ถึง 1990 อนิเมะญี่ปุ่นมีความคึกคักไม่เคยมีมาก่อน
แม้จะยังเป็นยุคของแอนิเมชันเซลล์ แต่ตั้งแต่ทศวรรษ 1980 เป็นต้นมา อุตสาหกรรมอนิเมะญี่ปุ่นเติบโตอย่างรวดเร็ว อีกทั้งเป็นช่วงที่กำลังก้าวเข้าสู่ยุคทองของนิตยสารจัมป์ ทำให้งานอนิเมะในช่วงเวลานั้นยังคงเป็นที่รักในปัจจุบันในฐานะผลงานที่เปลี่ยนแปลงยุคสมัย
คราวนี้เราได้คัดสรรอนิเมะระดับตำนานที่คนซึ่งเกิดในช่วงทศวรรษ 1980 รู้สึกคิดถึงเป็นพิเศษ
มีทั้งผลงานที่เป็นกระแสหลักไปจนถึงที่ค่อนข้างจะเฉพาะกลุ่มอยู่บ้าง ลองเช็คไปพร้อมๆ กับหวนระลึกความทรงจำในสมัยนั้นดูนะ!
- 【น่าคิดถึง】สรุปผลงานอนิเมะยอดนิยมที่ออกอากาศในช่วงทศวรรษ 1980
- 【ชวนให้นึกถึงความหลัง】รวมเพลงอนิเมะ/เพลงประกอบอนิเมะที่ฮิตในยุค 80s
- เพลงอนิเมะที่แนะนำสำหรับวัย 40 ปี ตั้งแต่เพลงฮิตสุดคลาสสิกจนถึงเพลงใหม่ล่าสุด
- เพลงอนิเมะแนะนำสำหรับผู้ที่อยู่ในช่วงวัย 50 ปี บทเพลงอนิเมะยอดเยี่ยมและเพลงยอดนิยม
- รวมเพลงอนิเมะย้อนยุคที่โดนใจคนที่เกิดในสมัยโชวะและเฮเซย์
- เพลงอนิเมะที่ฮิตในช่วงทศวรรษ 1990: บทเพลงแนะนำที่เป็นตำนานและเพลงยอดนิยม
- 【ชวนให้คิดถึง】บทเพลงอนิเมะสุดไพเราะและยอดนิยมที่แนะนำสำหรับวัย 30 ปี
- 【บทเพลงชื่อดังยุคโชวะ】รวมเพลงอนิเมะสุดคิดถึงจากยุคปี 70
- เพลงอนิเมะแนะนำสำหรับวัย 60 ปี ตั้งแต่เพลงดังในความทรงจำจนถึงเพลงใหม่ล่าสุด
- ชาววัยสามสิบมารวมตัวกัน! อนิเมะความทรงจำแสนคิดถึง (พื้นฐานจากยุคทศวรรษ 1990)
- รวมเพลงอนิเมะน่ารักๆ|ตั้งแต่ยุค 70 จนถึงปัจจุบัน!
- มีเพลงดังระดับโลกด้วย! แนะนำเพลงอนิเมะสำหรับเจเนอเรชัน Z
- 【ชวนให้นึกถึงอดีต】รวมเพลงเทพจากเพลงประกอบอนิเมะ มาย้อนรำลึกบทเพลงระดับตำนานเหล่านั้นกัน
คนที่เกิดในยุคปี 1980 ต้องห้ามพลาด!|รวมอนิเมะชวนให้นึกถึงความหลัง (1–10)
คิเทะเร็ทซึ ไดเฮียกกะ

ผลงานชิ้นนี้มีต้นฉบับจากมังงะของฟูจิโกะ เอฟ. ฟูจิโอะ โดยมีเวอร์ชันพิเศษออกฉายในปี 1987 และเริ่มออกอากาศทางโทรทัศน์ตั้งแต่ปี 1988 เช่นเดียวกับผลงานชื่อดัง ‘โดราเอมอน’ ของฟูจิโกะ เอฟ. ฟูจิโอะ เรื่องนี้ก็มีมาสคอตและอุปกรณ์อำนวยความสะดวกปรากฏขึ้นเช่นกัน แต่ความแตกต่างสำคัญคือ ในเรื่องนี้อุปกรณ์เหล่านั้นเป็นสิ่งประดิษฐ์ของบุคคลในสมัยเอโดะ จุดที่น่าสนใจอีกอย่างคือความสัมพันธ์ระหว่างคิเทะเร็цу ผู้เป็นตัวเอก กับโคโระสึเกะ หุ่นยนต์ที่คิเทะเร็цуสร้างขึ้น ซึ่งเป็นความสัมพันธ์ที่ตรงกันข้ามกับของโนบิตะและโดราเอมอน นอกจากนี้ ด้วยการตั้งค่าให้เป็นสิ่งประดิษฐ์ในสมัยเอโดะ ทำให้ชื่อเรียกของอุปกรณ์มีความเป็นญี่ปุ่นอยู่มาก และยังให้กลิ่นอายของละครพีเรียด ซึ่งน่าจะเป็นหนึ่งในเสน่ห์ของผลงานเรื่องนี้ด้วย
ทัช

ผลงานที่ดัดแปลงจากมังงะของ อาดาจิ มิสึรุ และเป็นผลงานที่ใช้กีฬาบอลเบสเป็นแกนกลาง จึงได้รับความรักมาอย่างยาวนาน จุดเด่นอยู่ที่นอกจากภาพลักษณ์การทุ่มเทให้กับเบสบอลแล้ว ยังผสานองค์ประกอบโรแมนติกคอมเมดี้เข้าไปด้วย ทำให้เหตุผลในการเผชิญหน้ากับเบสบอลถูกขับเน้นเด่นชัดยิ่งขึ้น ตามความคืบหน้าของเรื่อง ความสัมพันธ์ระหว่างฝาแฝดกับเพื่อนสมัยเด็กค่อยๆ เปลี่ยนแปลง นำพาให้ผู้อ่านดื่มด่ำไปกับเรื่องราวและยิ่งสนใจในเบสบอลมากขึ้นด้วย อีกทั้งยังมีลักษณะที่ดูจะอยู่ตรงกันข้ามกับแนวฮึกเหิมหรือสปกงแบบดั้งเดิม ตัวละครอาจดูเย็นชาอยู่บ้าง แต่กลับทำให้รู้สึกได้ถึงเปลวไฟแห่งความฮึกเหิมที่ซ่อนอยู่ภายใน ถ่ายทอดความสมจริงได้เป็นอย่างดี น่าจะเรียกได้ว่าเป็นผลงานที่ถ่ายทอดช่วงวัยรุ่นอันหลากหลายผ่านกีฬาบอลเบส และยังมีอิทธิพลอย่างยิ่งต่อมังงะเบสบอลที่ตามมาในภายหลังด้วย
ดราก้อนบอล
ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ล้วนมีความนิยมสูงอย่างยิ่ง “ดรากอนบอล” อนิเมะทีวีซึ่งเป็นตัวแทนของทศวรรษ 1980 ที่เรียกว่ายุคทองของโชเน็นจัมป์ ทุกวันนี้แม้จะเป็นที่รู้จักในฐานะผลงานระดับตำนานของมังงะสายบู๊ แต่รู้หรือไม่ว่าเดิมทีนั้นเป็นเรื่องผจญภัยตามหา “ดรากอนบอล” ตามชื่อเรื่องเลย แม้จะมีพัฒนาการไปในแนวจริงจังขึ้น แต่ก็แทรกมุกตลกและความเซ็กซี่เอาไว้มากมาย ทำให้มีแฟนจำนวนไม่น้อยที่ชื่นชอบลายเส้นและบรรยากาศแบบยุคนั้น เป็นผลงานอนิเมะชั้นยอดที่อยากให้คนทุกเจเนอเรชันได้ลองรับชม ทั้งผู้ที่เติบโตมากับยุคนั้นและผู้ที่ไม่ได้รู้จักยุคนั้นก็ตาม
คนที่เกิดยุคปี 1980 ต้องดู! | รวมอนิเมะสุดคิดถึง (ตอนที่ 11–20)
โมบิลสูท เซต้า กันดั้ม

ผลงานที่เล่าเรื่องราวโดยมีคามิลล์ บิดันเป็นตัวละครเอก และถ่ายทอดแนวคิดของกลุ่มทีทานส์ซึ่งเป็นกองกำลังที่แยกตัวมาจากกองทัพสหพันธ์โลก กับกลุ่มเอวโก เป็นภาคต่อของอนิเมะ “Mobile Suit Gundam” โดยมีจุดเด่นที่สืบเนื่องจากประวัติของภาคก่อน รวมถึงตัวละครที่ยังคงปรากฏตัวต่อเนื่องก็น่าจับตามอง ในภาคนี้มีโมบิลสูทรูปแบบแปลงร่างได้ปรากฏมากขึ้น ถ่ายทอดเสน่ห์รูปแบบใหม่ พร้อมทั้งให้เห็นถึงแนวทางต่อยอดสู่สินค้าเล่นอย่างชัดเจน เป็นผลงานที่มีกลยุทธ์ชัดเจน ทั้งการรักษาฐานแฟนเดิมไว้ได้มั่นคง ควบคู่กับการดึงดูดผู้ชมกลุ่มใหม่ผ่านการขยายไลน์โมบิลสูทและการเปิดตัวตัวละครใหม่ที่มีเอกลักษณ์ อีกทั้งด้วยการสืบทอดประวัติจากภาคก่อน จึงทำให้ความเข้มข้นของสมรภูมิและความยิ่งใหญ่ตระการตากลายเป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ของผลงานนี้
บันทึกการต่อสู้ของจิเอะจัง จาริงโกะ จิเอะ

นี่คืออนิเมะที่ออกอากาศตั้งแต่ปี 1981 ดัดแปลงจากมังงะ “จารินโกะ จิเอะ” ของ ฮารุกิ เอ츠มิ ความนิยมของผลงานเห็นได้จากข้อเท็จจริงที่ว่าต้นฉบับตีพิมพ์ต่อเนื่องในนิตยสาร “มังงะแอ็กชัน” นานถึง 19 ปี และยังได้รับการทำเป็นภาพยนตร์ก่อนจะมาเป็นอนิเมะด้วย เรื่องราวกล่าวถึงความพยายามของชิเอะจังที่คอยดูแลและบริหารร้านยากินิกุเครื่องในในโอซาก้าแทนพ่อของเธอ เท็ตสึ ผู้ไม่ทำงาน อีกทั้งการที่ฉากหลังอยู่ในย่านชุมชนของโอซาก้า ทำให้ตัวละครพูดคุยกันด้วยสำเนียงโอซาก้าที่สะใจ ถือเป็นเสน่ห์สำคัญของผลงานนี้ด้วย
สามตาทะลุ

นี่คืออนิเมะที่ออกอากาศตั้งแต่ปี 1990 โดยดัดแปลงจากมังงะของอาจารย์เทะสึกะ โอซามุ ความจริงที่ว่าอนิเมะถูกสร้างขึ้นหลังการเสียชีวิตของท่านเทะสึกะ แสดงให้เห็นถึงความนิยมอันสูงของผลงานเรื่องนี้ด้วย ตัวเรื่องเล่าถึงการผจญภัยของตัวเอกชาวเผ่าตาสาม ชะราคุ โฮสึเกะ และยังมีจุดน่าสนใจคือมีการใส่คำศัพท์ที่ชวนให้นึกถึงกระแสออคคัลต์บูมในยุค 1970 อยู่ในหลายส่วนด้วย เสน่ห์สำคัญอีกอย่างคือความกรีดกรายของตัวละคร เมื่อชะราคุผู้ที่ปกติไร้เดียงสา พอปลดปล่อยตาที่สามออกมาก็จะกลายเป็นคนหยิ่งยโสและฉายแววความเก่งกล้า นอกจากนี้ยังเป็นผลงานที่น่าจะช่วยกระตุ้นความสนใจต่อเรื่องเล่าลึกลับต่างๆ เช่น อารยธรรมโบราณ เป็นต้น
หนุ่มน้อยจากแดนอันร้อนแรง ปาปวะคุง
ผลงาน “นังโคคุ โชเน็น ปาปวะคุง” ที่ตีพิมพ์ต่อเนื่องในนิตยสารรายเดือน Monthly Shōnen Gangan ตั้งแต่ปี 1991 และเริ่มออกอากาศอนิเมะในปี 1992 ตัวละครที่สะท้อนยุคนั้นอย่างปาปวะคุง ผู้เป็นพระเอก สุนัขชื่อแชปปี้ และเหล่าเพื่อนพ้องบนเกาะ ถูกออกแบบให้มีสัดส่วนหัวโตน่ารัก แม้พล็อตโดยรวมจะเป็นแนวโชเน็นแบบคลาสสิก ที่กองกำลังนักฆ่าแกมมาบุกมาไม่ขาดสายและต่อสู้กันเรื่อยไป แต่ก็มีองค์ประกอบตลกขบขันมาก ทำให้เป็นผลงานที่ได้รับความนิยมไม่เฉพาะในหมู่เด็กผู้ชาย แต่รวมถึงเด็กผู้หญิงด้วย เพลงประกอบ และ “ระบำ อึมบาบะ (Nbaba)” ก็จับใจเด็กๆ ได้อย่างอยู่หมัด!






