สรุปเพลงประกอบหลักของอนิเมะ “BLEACH (บลีช)”
อนิเมะ “BLEACH” ที่ออกอากาศมาตั้งแต่ปี 2004 เป็นหนึ่งในผลงานที่ได้รับความนิยมสูงเป็นพิเศษในบรรดาเรื่องที่ตีพิมพ์ในนิตยสาร Shonen Jump รายสัปดาห์
ในอนิเมะ “BLEACH” เพลงประกอบหลักก็ได้รับความนิยมอย่างมากเช่นกัน และจนถึงปัจจุบันก็ยังมีหลายเพลงที่ถูกยกให้เป็นเพลงอนิเมะมาตรฐานและเป็นที่รักของผู้คน
บทความนี้จะรวบรวมและแนะนำเพลงที่เคยใช้เป็นเพลงเปิดและเพลงปิดของ “BLEACH” ทั้งหมดในคราวเดียว
สำหรับผู้ที่เคยรับชมอนิเมะในช่วงที่ออกอากาศจริง หากได้ยินเพลงเหล่านี้ อาจทำให้นึกถึงเรื่องราวของอนิเมะขึ้นมาอีกครั้งก็ได้
เอาล่ะ มาเริ่มฟังกันเลย!
- เพลงอนิเมะที่ฮิตในยุคปี 2000 รวมเพลงเทพชวนให้นึกถึงความหลัง
- 【รวมเพลงระดับตำนาน】รวมเพลงอนิเมะสุดเท่ที่คออนิเมะคัดสรร
- 【อนิซอง】สรุปรวมเพลงเปิดอนิเมะที่วงดนตรีหญิงเป็นผู้ทำ
- สรุปเพลงอนิเมะที่ฮิตในปี 2021 [เพลงที่เป็นกระแส・เพลงยอดนิยม]
- 【เพลงอนิเมะ×ร็อก】รวมเพลงอนิเมะที่ร้องโดยวงร็อก
- 【กินทามะ】แนะนำเพลงประกอบหลักทั้งหมดจากทีวีอนิเมะและภาพยนตร์ฉบับโรงภาพยนตร์ในอดีตครั้งเดียวจบ!
- 【ชวนให้นึกถึงอดีต】รวมเพลงเทพจากเพลงประกอบอนิเมะ มาย้อนรำลึกบทเพลงระดับตำนานเหล่านั้นกัน
- เพลงประกอบเปิดและแทรกของ วันพีซ (ONE PIECE)
- สรุปเพลงประกอบและเพลงแทรกของ HUNTER×HUNTER (ฮันเตอร์×ฮันเตอร์)
- [ดาบพิฆาตอสูร] แนะนำเพลงธีมและเพลงแทรกตลอดภาคต่างๆ ที่แต่งแต้มสีสันให้เรื่องราวทั้งหมดในคราวเดียว!
- สรุปรวมพิเศษ: รวมเพลงธีมปิดของอนิเมะ
- เพลงประกอบและเพลงแทรกของ NARUTO -นารูโตะ-
- [เพลงฮิตเร่าร้อน] เพลงประกอบหลักของซูเปอร์เซนไต เปิดและปิดทุกยุคสมัย
สรุปเพลงประกอบหลักของอนิเมะ “BLEACH (บลีช)” ตอนที่ 1–10
D-tecnoLifeUVERworld

ซิงเกิลเดบิวต์เมเจอร์ของวงร็อกหกคน UVERworld ซึ่งชื่อวงมีความหมายว่า “ยิ่งใหญ่จนก้าวข้ามโลกของตัวเอง” และด้วยเนื้อร้องกับซาวด์ที่ร้อนแรงตรงไปตรงมา ทำให้ถูกขนานนามว่าเป็น “วงที่ทำให้ผู้ชายร้องไห้” ไม่เพียงแค่เป็นเพลงเปิดของอนิเมะเท่านั้น แต่ยังถูกใช้เป็นเพลงประกอบหลักในซอฟต์แวร์เกมสำหรับ PS2 และ Game Boy Advance ด้วย จึงอาจเป็นเพลงที่คออนิเมะคุ้นหูเป็นพิเศษ อย่างที่ชื่อเพลงว่า “การไล่ตามชีวิตที่เท่” เมโลดี้และซาวด์ที่มีสไตล์ได้ช่วยขับเน้นอรรถรสของเรื่องราว อีกทั้งด้วยอิทธิพลจากการทำไทอัป ทำให้เพลงนี้เป็นหนึ่งในเพลงที่ได้รับความนิยมสูงที่สุดของ UVERworld
TONIGHT,TONIGHT,TONIGHTBEAT CRUSADERS

นี่คือบทเพลงของวงร็อก BEAT CRUSADERS ที่ก่อตั้งขึ้นโดยมีคุณฮิดากะ โทโอรุ เป็นศูนย์กลาง เมื่อต้องปรากฏตัวในสื่อ พวกเขาจะสวมหน้ากากรูปภาพเหมือนตนเองแบบขาวดำ ทำให้ถ้าไม่ไปดูไลฟ์ก็จะไม่รู้ใบหน้าที่แท้จริง โครงสร้างเพลงพาอารมณ์ให้เปิดกว้างสดใสอย่างรวดเร็วในท่อนฮุก ทำให้ฟังแล้วรู้สึกดีมาก ซาวนด์ร็อกตรงไปตรงมาฟังง่าย เนื้อเพลงที่ร้องเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมดก็เรียบง่าย ทั้งลำดับคำและเนื้อหา จึงจำได้ไม่ยาก จนเผลออยากเอาไปคัฟเวอร์กับวงของตัวเอง ซึ่งก็น่าจะเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของพวกเขา
Song For…ROOKiEZ is PUNK’D

ซิงเกิลลำดับที่ 3 ของวงมิกซ์เจอร์ร็อก ROOKiEZ is PUNK’D จากจังหวัดชิบะ ซึ่งก่อตั้งโดยรุ่นพี่รุ่นน้องในโรงเรียน และประกาศพักกิจกรรมโดยไม่มีกำหนดในปี 2019 เพลงนี้ถูกใช้เป็นเพลงปิดไคลแมกซ์ของ “ภาคอารันคาร์・ล่มสลาย” ที่ออกอากาศตั้งแต่ปี 2011 เป็นร็อกบัลลาดที่ถ่ายทอดด้วยธีมว่า “ถ้าพูดออกมาเป็นคำอธิษฐาน สักวันต้องเป็นจริงแน่นอน” โครงสร้างเพลงที่ค่อย ๆ พัฒนาจากอินโทรอันมีมิติด้วยอาร์เปจิโอของกีตาร์และสตริงส์ไปสู่ซาวด์ร็อกอย่างดรามาติก ผสานกับเนื้อเพลงเชิงบวก ช่วยมอบความกล้าหาญอันทรงพลัง ซาวด์ที่ถาโถมและทำนองงดงามในท่อนฮุคแทงทะลุเข้าอก เป็นเพลงที่ฟังซ้ำกี่ครั้งก็อยากกลับมาฟังอีก
สรุปเพลงธีมของอนิเมะ ‘BLEACH (บลีช)’ (ตอนที่ 11–20)
ฉันจะปกป้องเธอและรักเธอSambomasutā

ซิงเกิลลำดับที่ 12 ของวงร็อกสามชิ้น Sambomaster ที่ครองใจแฟนๆ อย่างเหนียวแน่น ด้วยเนื้อเพลงที่ถ่ายทอดเสียงร้องจากส่วนลึกของหัวใจและซาวด์ตรงไปตรงมาที่ดึงศักยภาพออกมาได้สูงสุด เพลงนี้ถูกใช้เป็นเพลงปิดในปี 2009 เมโลดี้ติดหูด้วยพลังเสียงร้องอันเร่าร้อนและจังหวะที่กระฉับกระเฉงซึ่งเหมือนผลักดันให้เราก้าวเดินต่อไป เนื้อเพลงที่ร้องถึงความรักอย่างตรงไปตรงมาสอดคล้องกับเรื่องราวและธีมของอนิเมะ ทำให้รู้สึกสะเทือนอารมณ์ ขับเคลื่อนให้เรามีความกล้าที่จะก้าวไปข้างหน้าพร้อมกับข้อความทรงพลังที่ไม่ปรุงแต่ง เป็นร็อกจูนที่อัดแน่นไปด้วยเสน่ห์ของ Sambomaster
Re:prayAimer

ซิงเกิลลำดับที่สองของนักร้องหญิง Aimer ผู้ซึ่งได้รับการยกย่องจากผู้อำนวยการสถาบันวิจัยเสียงญี่ปุ่นว่าเป็น “เจ้าของเสียงที่หายากมาก ซึ่งมีทั้งความไหวของแอมพลิจูดและความไหวของความถี่เกิดขึ้นพร้อมกัน” เพลงนี้ถูกใช้เป็นธีมปิดพร้อมกับการเริ่มต้นของ “บทบาทยมทูตชั่วคราว: บทหายสาบสูญ” ที่เริ่มในปี 2011 เป็นเพลงที่ถ่ายทอดธีมของการจากลาที่จำต้องยอมรับ เมโลดี้อาบความเศร้าปนเหงากับการเรียบเรียงอันลุ่มลึกเหนือจริงตัดกันอย่างโดดเด่น ยิ่งทับซ้อนกับเรื่องราวในเนื้อเพลงก็ยิ่งขับเน้นความเจ็บปวดละมุนให้ทวีคูณ เสียงร้องอันเป็นเอกลักษณ์และท่วงทำนองอันงดงามสะกดอารมณ์ เป็นบทเพลงที่กินใจสุดเอโมชัน
MASKAqua Timez

ซิงเกิลลำดับที่ 14 ของวงมิกซ์เจอร์ร็อก 5 คน Aqua Timez ที่เปิดตัวมาพร้อมกับแคตช์โค้ด “อยากให้เธอใช้ชีวิตโดยไม่ขมุกขมัว เพราะฉะนั้นอย่าเกลียดฝนเลย” เพลงนี้เป็นการร่วมงานกับ ‘BLEACH’ ครั้งที่สี่ และเป็นธีมปิดท้ายครั้งแรก อีกทั้งยังถูกใช้เป็นเพลงปิดท้ายสุดท้ายของซีรีส์อนิเมะด้วย จังหวะบีตที่พุ่งทะยานควบคู่ไปกับโวคัลที่ทะยานฝ่าลม สร้างซาวด์มิกซ์เจอร์แบบฉบับของ Aqua Timez อย่างแท้จริง จังหวะสลับไปมาระหว่างแร็ปที่รัวไล่และทำนองที่เปี่ยมอารมณ์ ทำให้เพลงมีความตื่นเต้นเร้าใจ เป็นร็อกจูนที่เหมาะสมอย่างยิ่งในการประดับฉากจบของผลงานชิ้นนี้
ขอบคุณRSP

ซิงเกิลที่ออกวางจำหน่ายในปี 2008 ของยูนิตหญิง RSP ซึ่งมีซาวด์ที่ผสานองค์ประกอบของฮิปฮอปและอาร์แอนด์บี พร้อมเนื้อเพลงที่ราวกับกำลังพูดคุยกันอย่างน่าประทับใจ ตามที่เข้าใจได้จากชื่อเพลง เนื้อหาถ่ายทอดความรู้สึกขอบคุณ อีกทั้งยังมีจุดเด่นที่ท่อนเปิดทำขึ้นเป็นการพูดทั้งหมด เพลงนี้ทำให้สัมผัสได้ถึงความประหม่าเมื่อต้องบอกความรู้สึกขอบคุณต่อคนที่อยู่เคียงข้างเสมอ แต่ขณะเดียวกันก็มีความน่ารักที่ย้อนมองความทรงจำแล้วพยายามถ่ายทอดคำขอบคุณอย่างจริงใจ





