【จิบลิ】บทเพลงชื่อดังของจิบลิในเวอร์ชันเรียบเรียงแบบคลาสสิก เสน่ห์ของดนตรีจิบลิที่บรรเลงด้วยเครื่องดนตรีสด
ดนตรีคลาสสิกกับดนตรีจิบลิ การผสมผสานที่ดูเหมือนห่างไกลกันนี้ กำลังกลายเป็นกระแสเล็กๆ ในหมู่แฟนเพลงในตอนนี้ บทเพลงชื่อดังของจิบลิที่บรรเลงด้วยเครื่องดนตรีคลาสสิก เช่น เปียโนหรือไวโอลิน มอบเสน่ห์ใหม่และความประทับใจลึกซึ้งให้กับพวกเรา โดยยังคงความอบอุ่นและอ่อนโยนของต้นฉบับไว้ครบถ้วน พร้อมเพิ่มความโอ่อ่าและความละเมียดละไมแบบคลาสสิก จนทำให้เราได้ประสบการณ์สดใหม่ ราวกับกำลังฟังเรื่องราวที่แตกต่างออกไป ลองสัมผัสด้วยตัวคุณเอง ว่าเพลงอมตะที่คุณคุ้นเคยนั้นจะเกิดใหม่อย่างไรผ่านการเรียบเรียงแบบคลาสสิก
- 【เมดเลย์เพลงดังของจิบลิ】โลกแห่งการเยียวยาของสตูดิโอจิบลิที่ก้องกังวานในหัวใจ
- [เพลงของสตูดิโอจิบลิ] รายการเพลงประกอบหลัก เพลงแทรก และดนตรีประกอบจากดนตรีของจิบลิ
- 【สำหรับผู้เริ่มต้น】บทเพลงสุดไพเราะของจิบลิที่แนะนำให้นำไปบรรเลงด้วยเปียโน
- เพลงประกอบสุดคลาสสิกของจิบลิ เหมาะสำหรับเป็น BGM ระหว่างทำงานหรืออ่านหนังสือ รวมถึงเพลงฮิตยอดนิยม
- 【เพลงยอดฮิตจากจิบลิที่ร้องตามได้ง่าย】คัดสรรเพลงยอดนิยมที่ยังคงเป็นที่รักของผู้คนหลากหลายวัย
- บทเพลงดิสนีย์สุดคลาสสิกที่สนุกไปกับเปียโน|คัดสรรผลงานแนะนำ
- การจัดอันดับเพลงยอดนิยมของจิบลิ [2026]
- 【คาราโอเกะ】มาร้องเพลงกัน! รวมบทเพลงสุดคลาสสิกของจิบลิ
- คัดสรรเพลงอนิเมะที่มีชื่อเสียงและได้รับความนิยม! พร้อมเปียโนโซโล
- รวมบทเพลงดีสนีย์ยอดนิยมสำหรับเปียโน คัดสรรเพลงง่ายๆ ที่เหมาะสำหรับงานแสดงและการประกวด
- เพลงจากเรื่องแม่มดน้อยกิกิ เพลงประกอบหลักและเพลงแทรกของอนิเมะ บทเพลงยอดเยี่ยมของจิบลิ
【จิบลิ】ฟังบทเพลงอมตะของจิบลิในแบบเรียบเรียงคลาสสิก เสน่ห์ของดนตรีจิบลิที่บรรเลงด้วยเครื่องดนตรีสด (21–30)
บ้านดินHenry Rowley Bishop

จาก “สุสานแห่งหิ่งห้อย” ต้นฉบับประพันธ์โดยเฮนรี โรวลีย์ บิชอป ชาวอังกฤษ เป็นเพลง “Home, Sweet Home!” ที่ขับร้องในอุปรากรเรื่อง “The Maid of Milan” คำร้องแปลภาษาญี่ปุ่นฉบับที่เป็นที่รู้จักคือของ ซาโตมิ โยชิ และเพลงนี้เป็นเพลงพื้นบ้านอังกฤษที่ได้รับความนิยมในญี่ปุ่นเช่นกัน ยูมิโกะ ซาเมะจิมะทำงานในฐานะนักร้องโซปราโน นักร้องเสียงคลาสสิก และนักร้องประจำราชสำนัก เนื้อเพลงมีความหมายว่า ต่อให้เป็นบ้านที่สร้างแบบหยาบๆ ด้วยดินเหนียวที่โผล่ให้เห็น ก็ยังสนุกสุขใจและอบอุ่นน่าไว้วางใจยิ่งกว่าคฤหาสน์หรือวังใดๆ เพราะเป็นบ้านเกิดที่เราเติบโตมา
เค เซรา เซราJay Lavingston & Ray Evans

จากเรื่อง “เสียงนกฮูกข้างบ้านยามาดะ” ใช้เป็นเพลงแทรก เพลงต้นฉบับร้องโดยดอริส เดย์ นักแสดงนำจากภาพยนตร์ปี 1956 เรื่อง “The Man Who Knew Too Much” อีกชื่อหนึ่งคือ “Whatever Will Be, Will Be” เพกกี้ ฮายามะเคยคัฟเวอร์เป็นภาษาญี่ปุ่น และได้ร้องใน “งานขาวแดงครั้งที่ 7 ของ NHK” ในภาพยนตร์เดียวกันมีการใช้เวอร์ชันที่ร้องโดยสมาชิกครอบครัวยามาดะกับคุณครูฟูจิวาระและเพื่อนร่วมชั้นเป็นเพลงแทรก เพลงนี้มีจังหวะวอลทซ์สามจังหวะที่สนุกสนาน ถ่ายทอดข้อความเชิงบวกว่า “อะไรก็จะเป็นไปตามนั้น” เป็นเพลงที่มอบพลังและกำลังใจ
【จิบลิ】บทเพลงอมตะของจิบลิที่รับฟังในรูปแบบอะเรนจ์คลาสสิก เสน่ห์ของดนตรีจิบลิที่บรรเลงด้วยเครื่องดนตรีสด (31–40)
Fine On The OutsidePriscilla Ahn

จากเรื่อง “When Marnie Was There” ปริซิลลา แอน เปิดตัวในปี 2008 เป็นนักร้อง-นักแต่งเพลงชาวอเมริกัน เธอเป็นแฟนตัวยงของแอนิเมชันจิบลิ และด้วยความสัมพันธ์จากการที่เธอถูกเชิญไปจัดคอนเสิร์ตคริสต์มาสที่พิพิธภัณฑ์จิบลิ no mori มิทาคาในปี 2013 จึงได้รับมอบหมายให้ร้องเพลงประกอบหลักของภาพยนตร์เรื่องนี้ เนื้อเพลงที่สะท้อนสภาพจิตใจของเด็กผู้หญิงที่ไม่อาจกลมกลืนกับคนรอบข้าง ซึ่งเชื่อมโยงกับตัวเอกของเรื่องนั้น แท้จริงแล้วถ่ายทอดความโดดเดี่ยวที่แอนเองเคยรู้สึกในสมัยเป็นนักเรียน เป็นบทเพลงที่โดดเด่นด้วยสไตล์การร้องแบบกระซิบและบรรยากาศเหงาเศร้าที่ล่องลอยอยู่ในทำนอง
Arrietty`s SongSimon Caby

จากเรื่อง “The Secret World of Arrietty” เซซิล คอร์เบลเป็นนักร้อง-นักแต่งเพลงชาวฝรั่งเศสและนักบรรเลงฮาร์ป เป็นศิลปินที่ร้องเพลงไปพร้อมกับบรรเลงฮาร์ปด้วย ในนเพลงนี้เธอยังรับหน้าที่แต่งคำร้องและทำนองอีกด้วย จุดเริ่มต้นคือเธอส่งจดหมายที่มีใจความว่า “ฉันเป็นแฟนตัวยงของภาพยนตร์จิบลิมาตั้งแต่ก่อน และดนตรีของฉันได้รับอิทธิพลจากภาพยนตร์ของจิบลิ” พร้อมซีดีของตนเองไปยังสตูดิโอจิบลิ จึงได้รับโอกาสให้ร้องเพลงประกอบหลักของภาพยนตร์เรื่องนี้ นอกจากนี้เธอยังรับหน้าที่ทำดนตรีประกอบในเรื่องด้วย เสียงฮาร์ปเคลติกให้โทนเสียงที่ลี้ลับชวนฝัน เนื่องจากร้องเป็นภาษาญี่ปุ่น การออกเสียงจึงฟังดูไม่ชัดเจนเป็นบางครั้ง แต่กลับยิ่งเสริมบรรยากาศแบบโลกต่างมิติ ทำให้กลายเป็นเพลงที่ไม่เคยมีมาก่อน เสียงร้องใสสะอาดของเซซิลและทำนองที่แผ่วเศร้าเล็กน้อยเข้ากันได้อย่างลงตัวกับภาพยนตร์เรื่องนี้
นาอุสิกา เรกวีเอม (NAUSICAA REQUIEM)Hisaishi Joe

เพลง “Nausicaä Requiem” ที่โดดเด่นในเรื่อง ถูกบรรเลงในแบบเปียโนฮีลลิง อะเรนจ์สำหรับการผ่อนคลาย จึงเหมาะจะฟังเป็น BGM ระหว่างทำงานหรืออ่านหนังสือ แต่อะเรนจ์มีความเป็นคลาสสิกสูง ทำให้เด่นเป็นพิเศษในรูปแบบเปียโนโซโล เดิมทีในเพลงต้นฉบับมีเสียงเด็กร้อง “รัน รันราระรันรันรัน…” โดยผู้ร้องคือคุณไม ลูกสาวของฮิไซชิ ผู้ประพันธ์เพลง ซึ่งขณะนั้นอายุเพียง 4 ขวบ เมื่อลองฟังเวอร์ชันเปียโนแล้ว ให้ความรู้สึกราวกับบทระบำในสมัยบาโรกเลยทีเดียว
Symphonic Poem“NAUSICAÄ”Hisaishi Joe

เพลงของจิบลิส่วนใหญ่ให้ความรู้สึกอบอุ่นสบายใจ แต่สำหรับเพลงนาอุชิกะนี้ ฟังสักกี่ครั้งความรู้สึกที่ได้รับก็เปลี่ยนไปอย่างมาก ภายในนั้นยังแฝงด้วยความอ่อนโยนและความเศร้าลึกซึ้ง จนประทับใจถึงกับน้ำตาไหล เปียโนถ่ายทอดทำนองได้ไพเราะสุดยอดจริงๆ
THE WIND RISES เดอะ วินด์ ไรส์ จากภาพยนตร์ “สายลมพัดขึ้น”Hisaishi Joe

บรรยากาศนี้ก็ชวนให้นึกถึงความทรงจำเก่าๆ และทำให้นึกถึงฉากในภาพยนตร์ด้วย หวานปนเศร้า จนเผลอฟังซ้ำแล้วซ้ำอีก มีภาพเหตุการณ์ในหนังผุดขึ้นมาทุกครั้งที่ฟังเพลง ทำให้เผลอคิดตามและน้ำตาไหลออกมาอย่างเป็นธรรมชาติ อยากฟังอีกครั้ง





