เพลงอนิเมะตะวันตกสุดร้อนแรงที่ทำให้อารมณ์พุ่งสุด
วัฒนธรรมอนิเมะของญี่ปุ่นเป็นที่รักไปทั่วโลก แต่เพลงอนิเมะภาษาอังกฤษก็กำลังได้รับความสนใจในฐานะเสน่ห์ที่ซ่อนอยู่สำหรับอนิเมะฝั่งตะวันตก เพลงภาษาอังกฤษที่เข้ากันได้ดีกับเรื่องราวอันยิ่งใหญ่แบบผลงานดิสนีย์ ช่วยปลุกเร้าอารมณ์ความประทับใจแบบสดใหม่ได้ใช่ไหมล่ะที่จริงแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเพลงอนิเมะที่ศิลปินต่างประเทศมีส่วนร่วมสร้างสรรค์ หรือเพลงดังที่ถูกคัฟเวอร์เป็นภาษาอังกฤษ โลกของเพลงอนิเมะสไตล์ตะวันตกที่เท่และไพเราะนั้นกว้างใหญ่กว่าที่คิดคราวนี้ เราขอแนะนำบทเพลงล้ำค่าภาษาอังกฤษจากอนิเมะ ที่จะดังสะท้อนใจคุณ!
- 【2026】รวมอนิเมะซองฝรั่งเท่ๆ
- 【2026】เพลงตะวันตกที่ถูกใช้ในอนิเมะญี่ปุ่น รวมไว้แล้ว
- การจัดอันดับเพลงประกอบอนิเมะสากลยอดนิยม【2026】
- เพลงอนิเมะจังหวะเร็วที่เร้าใจและเท่
- เพลงอนิเมะภาษาตะวันตกที่ร้องในคาราโอเกะได้ง่าย
- เพลงสากลชื่อดังของดิสนีย์|รวมเพลงรักสุดโรแมนติกมากมาย!
- 【ดิสนีย์】เพลงรักที่ตราตรึงในใจ
- ขอให้ร้อนแรงขึ้น! รวมเพลงอนิเมะที่จะปลุกเร้าอารมณ์ให้คึกคัก
- 【โกลบอล】รวมเพลงโวคาลอยด์ภาษาอังกฤษ! กลิ่นอายเพลงตะวันตกที่สดใหม่
- สรุปเพลงตะวันตกที่เป็นต้นแบบของซีรีส์ ‘JOJO’
เพลงอนิเมะตะวันตกสุดเร่าร้อนที่ทำให้อารมณ์พุ่งสูง (11–20)
This FffireFranz Ferdinand


นี่คือเพลงป๊อป-ร็อกอินดี้จากสกอตแลนด์ของวง Franz Ferdinand ที่ปล่อยในเดือนตุลาคมปี 2004 โดดเด่นด้วยทำนองติดหูและพลังงานล้นเหลือ เพลงนี้ถูกรวมอยู่ในอัลบั้มเปิดตัว ‘Franz Ferdinand’ และยังถูกตัดออกมาเป็นซิงเกิล เนื้อหามีธีมว่าด้วยความเร่าร้อนและความปรารถนา ถ่ายทอดภาพของแรงปรารถนาที่ควบคุมไม่ได้ดุจเปลวไฟ ผ่านซาวด์ร็อกแรงดันสูง ในปี 2022 เพลงนี้ยังถูกใช้เป็นเพลงเปิดของแอนิเมชัน Netflix ‘Cyberpunk: Edgerunners’ อีกด้วย เป็นเพลงที่สะท้อนตัวตนของวงซึ่งยึดคอนเซ็ปต์ “เพลงที่ทำให้ผู้หญิงเต้นได้” ได้อย่างชัดเจน เหมาะสำหรับคนที่อยากปลดปล่อยบนฟลอร์เต้นรำให้สุดเหวี่ยง
I Like To Move It, Move ItSacha Baron Cohen

เพลงประกอบแทรกและธีมตอนจบของภาพยนตร์ “มาดากัสการ์” ขับร้องโดยซาชา บารอน โคเฮน นักแสดงและตลกชาวอังกฤษผู้ให้เสียงตัวละคร ถ่ายทอดบรรยากาศของเรื่องได้อย่างชัดเจน ท่อนฮุคที่ร้องซ้ำว่า “ชอบเต้นมากๆ” อย่างคึกคักติดหู ทำให้อยากลุกขึ้นมาเต้นตามโดยไม่รู้ตัว
When Can I See You AgainOwl City

เป็นเพลงประกอบหลักของภาพยนตร์แอนิเมชันของดิสนีย์เรื่อง “Wreck-It Ralph” เพลงมีสไตล์สดใสและเท่ตามแบบฉบับของ Owl City และเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับตัวละครในเกมที่โลดโผนในแอนิเมชัน ก็ทำให้มิวสิกวิดีโอที่พาเราเข้าไปสู่โลกอาร์เคดดูโดดเด่นและไม่เหมือนใคร น่าจับตามองด้วยเช่นกัน
Real GoneSheryl Crow

เพลงเปิดของภาพยนตร์ ‘Cars’ เป็นผลงานที่เปี่ยมไปด้วยความเร็วเร้าใจ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการเปิดฉากแข่งรถสุดเท่ช่วงต้นเรื่อง เสน่ห์ยังอยู่ที่ซาวด์อะคูสติกเล็กๆ และฮาร์โมนิกาในท่อนอินสตรูเมนทัล รวมถึงเนื้อเพลงสุดคูล อันเป็นเอกลักษณ์ของราชินีเพลงคันทรี่อย่างเชอริล โครว์
Welcome To New YorkTaylor Swift

เพลงเปิดของภาพยนตร์ “Pets” ได้กลายเป็นกระแสพูดถึงเพราะได้ราชินีป๊อปอย่าง เทย์เลอร์ สวิฟต์ มารับหน้าที่ร้อง เมโลดี้ที่สนุกและป๊อปช่วยยกอารมณ์ให้พุ่งขึ้นทันที เมืองนิวยอร์ก (NY) พอถูกถ่ายทอดเป็นบทเพลงก็ยังคงเท่มากจริงๆ
Let It Go Sing-alongFROZEN

นี่คือเพลงต้นแบบของภาพยนตร์ Frozen ค่ะ/ครับ เวลาปีนเขา โดยเฉพาะตอนขึ้นเขาหิมะ น่าจะเหมาะดีไหม? เพลงนี้ให้ความรู้สึกเจ็บปวดปนเศร้านิด ๆ แต่ก็ทรงพลัง และยิ่งช่วงท้ายยิ่งเต็มไปด้วยความมั่นใจ เวลาได้ดูในหนังก็ดีอยู่แล้ว แค่ฟังเฉย ๆ ก็ทำให้รู้สึกฮึกเหิมขึ้นมาเลยใช่ไหมล่ะ
เพลงอนิเมะตะวันตกที่เร่าร้อนชวนให้ตื่นเต้น (21–30)
The Best Day EverSpongeBob

ขอชวนคุณลองฟังป็อปร็อกจังหวะดีที่แค่ได้ยินก็ยิ้มออก จากซีรีส์แอนิเมชันระดับชาติที่เกิดจากอเมริกา ผลงานชิ้นนี้ที่ร้องโดย ทอม เคนนี ผู้พากย์เสียงตัวเอก เปี่ยมด้วยพลังบวกสุดขั้วราวกับประกาศก้องว่าวันนี้จะเป็น “วันที่ดีที่สุด” สมกับที่ผู้สร้างตั้งใจทำเพลงให้มีกลิ่นอายเหมือน “เดอะบีทเทิลส์ฉบับการ์ตูน” จึงได้ซาวด์ป็อปร็อกที่ยอดเยี่ยมเกินคำบรรยาย เพลงนี้เปิดตัวครั้งแรกในซาวนด์แทร็กภาพยนตร์ ก่อนจะกลายเป็นซิงเกิลนำของอัลบั้มระดับตำนาน ‘SpongeBob SquarePants: The Best Day Ever’ และเมื่อถูกนำไปใช้ในซีรีส์โทรทัศน์ ก็ทำสถติผู้ชมสูงถึง 6.7 ล้านคน เพลงนี้เหมาะมากสำหรับช่วงเวลาที่คุณอยากเปลี่ยนวันธรรมดาให้กลายเป็นวันพิเศษ





