สรุปเพลงตะวันตกที่เป็นต้นแบบของซีรีส์ ‘JOJO’
ตั้งแต่เริ่มตีพิมพ์ในปี 1986 ซีรีส์ “โจโจ้ ล่าข้ามศตวรรษ” ผลงานต้นฉบับของอาจารย์ อารากิ ฮิโรฮิโกะ ได้รับความนิยมในฐานะทั้งมังงะและอนิเมะจากผู้ชมหลากหลายรุ่น
ผลงานนี้ถือเป็นบุกเบิกของ “การต่อสู้ด้วยพลังพิเศษ” ด้วยโครงเรื่องที่ตื่นเต้นเร้าใจและตัวละครที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น จึงเป็นที่รักของแฟนๆ มากมายเสมอมา
หนึ่งในเอกลักษณ์ของ “โจโจ้ ล่าข้ามศตวรรษ” คือ ชื่อของตัวละครและชื่อความสามารถต่างๆ มักจะอ้างอิงจากชื่อศิลปิน วงดนตรี หรือชื่อเพลงที่มีอยู่จริงมาเป็นต้นแบบ
ดังนั้น ในบทความนี้จึงได้รวบรวมเพลงตะวันตกที่เกี่ยวข้องกับซีรีส์ “โจโจ้” มาไว้ด้วยกัน!
ลองมองโลกของ “โจโจ้” ผ่านมุมมองทางดนตีกันดูเถอะ!
สรุปเพลงตะวันตกที่เป็นต้นแบบของซีรีส์ ‘โจโจ้’ (ภาค 1–10)
Speed KingNEW!Deep Purple

ดวงดาวยักษ์ในวงการฮาร์ดร็อก ดีพ เพอร์เพิล ผลงานชิ้นนี้ซึ่งเปิดอัลบั้มชั้นครู ‘Deep Purple in Rock’ ที่วางจำหน่ายเมื่อเดือนมิถุนายน ค.ศ. 1970 เป็นเพลงเชิงรุกที่โปรยคำจากร็อกแอนด์โรลสมัยเก่าไว้ทั่วเพลง ขณะเดียวกันออร์แกนที่คดเคี้ยวกับกีตาร์ดุดันก็ปะทะกันแบบซึ่งๆ หน้า ยังมีการบันทึกการแสดงสดในรายการโทรทัศน์ ‘Deep Purple: Doing Their Thing’ และเป็นเพลงที่ได้รับความรักในฐานะตัวจุดระเบิดบนเวทีอีกด้วย ผลงานที่อัดแน่นด้วยพลังดิบหยาบนี้ยังถูกอ้างอิงเป็นต้นแบบสแตนด์ของฮิงาชิคาตะ สึเนะโยชิ ใน ‘โจโจรีออน’ อีกด้วย
The Wonder of YouNEW!Elvis Presley

เอลวิส เพรสลีย์ นักร้องในตำนานที่จารึกชื่อไว้ในประวัติศาสตร์ดนตรีโลกในฐานะราชาแห่งร็อกแอนด์โรล ซิงเกิลผลงานชิ้นนี้ที่วางจำหน่ายในเดือนเมษายน ปี 1970 เป็นบัลลาดชั้นเยี่ยมที่เผยให้เห็นเสน่ห์อันเต็มเปี่ยมของเขา โดยเชื่อมโยงกับภาพยนตร์สารคดีในปีเดียวกันเรื่อง “Elvis: That’s the Way It Is” เป็นเพลงรักสากลที่ยกย่องการมีอยู่ของอีกฝ่าย อันเป็นบทเพลงระดับตำนาน ทว่าใน “JOJO ล่าข้ามศตวรรษ” ภาคที่ 8 กลับถูกอ้างอิงเป็นที่มาของชื่อสแตนด์ของตัวร้ายหลัก โทโอรุ ผู้ซึ่งนำพาความหายนะอันน่าสะพรึงให้แก่ผู้ที่เข้าใกล้
My Funny ValentineNEW!Richard Charles Rodgers

แฟร์นี วาเลนไทน์ ประธานาธิบดีที่ปรากฏในโจโจ้ล่าข้ามศตวรรษ ภาค 7 “สตีล บอล รัน” มีต้นเค้ามาจากเพลงประกอบละครเพลง Babes in Arms ที่เปิดแสดงในปี 1937 ผลงานของริชาร์ด ชาร์ลส์ รอดเจอร์ส นักแต่งเพลงชาวอเมริกัน เนื้อเพลงมีเสน่ห์ด้วยการผสมผสานระหว่างความประชดและความอ่อนโยน ที่พูดถึงการรักใครสักคนทั้งพร้อมข้อบกพร่องของเขา ต่อมาได้กลายเป็นมาตรฐานเพลงแจ๊ส และเป็นที่รู้จักจากการบรรเลงคลาสสิกโดยเชต เบเกอร์ เป็นต้น
Oh Lonesome MeNEW!Don Gibson

ดอน กิบสัน นักร้องนักแต่งเพลงผู้มีบทบาทสำคัญในประวัติศาสตร์เพลงคันทรี เพลงที่เป็นต้นแบบชื่อสแตนด์ของเมาน์เทน ทิม ในโจโจ้ล่าข้ามศตวรรษ ภาค 7 นี้ เป็นผลงานที่โด่งดังอย่างมากในปี 1958 เสน่ห์ของงานชิ้นนี้คือ แม้จะถ่ายทอดความโดดเดี่ยวจากการอกหักอย่างตรงไปตรงมา แต่ก็ยังคงมีจังหวะที่คล่องแคล่วและเข้าถึงง่าย ความเศร้าปนความสดใสที่สมดุลกันนั้นเข้ากันได้อย่างยอดเยี่ยมกับบรรยากาศแบบคาวบอยตะวันตกใช่ไหมล่ะ
Matte KudasaiNEW!King Crimson

คิง คริมสัน วงที่ก่อตั้งขึ้นในอังกฤษและวางรากฐานให้กับโปรเกรสซีฟร็อก ได้รับการยกย่องว่าเป็นกลุ่มที่ผสมผสานจังหวะอันซับซ้อนและการอิมโพรไวซ์ นำเสนอสุนทรียะเสียงที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงในแต่ละยุค ผลงานชิ้นนี้ที่รวมอยู่ในอัลบั้ม ‘Discipline’ ซึ่งวางจำหน่ายในปี 1981 ของพวกเขา เป็นที่มาของชื่อสแตนด์ของกระต่าย อะโลฮาโอเอะ ในโจโจ้ล่าข้ามศตวรรษ ภาค 9 “The JOJOLands” ของอาจารย์ฮิโรฮิโกะ อารากิ มีเสน่ห์ด้วยเสียงที่ชวนพิศวงซึ่งมีที่มาจากคำภาษาญี่ปุ่นว่า “โปรดรอก่อน” และโดดเด่นด้วยซาวด์ที่เงียบสงบล่องลอย
Soft and WetNEW!Prince

เพลงตัวแทนยุคแรกที่ถูกตัดออกมาเป็นซิงเกิลจากอัลบั้มเปิดตัว “For You” ที่คุณพรินซ์ปล่อยในปี 1978 คือ “Soft and Wet” จังหวะที่เด้งสนุก และชั้นเสียงสังเคราะห์ที่ระยิบระยับซ้อนทับกัน รวมถึงโทนเสียงฟอลเซ็ทโตของเขาในวัยหนุ่มที่ก้องกังวานอย่างชวนหลงใหล ทำให้เพลงนี้กลายเป็นผลงานชั้นยอด ใน “JoJo’s Bizarre Adventure” ภาคที่ 8 “JoJolion” ชื่อแสตนด์ของตัวเอก ฮิกาชิคาตะ โจสุเกะ “Soft & Wet” ก็นำมาจากเพลงนี้เช่นกัน เป็นที่รู้กันอย่างกว้างขวางว่าอาจารย์ อารากิ ฮิโรฮิโกะ เป็นแฟนตัวยงของพรินซ์
In A Silent WayNEW!Miles Davis

ไมล์ส เดวิส ผู้เป็นที่รู้จักในฐานะยักษ์ใหญ่ที่พลิกโฉมประวัติศาสตร์แจ๊สเสียใหม่ ต้นกำเนิดของพลังสแตนด์ “In A Silent Way” ของแซนด์แมนที่ปรากฏใน “โจโจ้ล่าข้ามศตวรรษ” ภาค 7 Steel Ball Run ก็มาจากเพลงไตเติล “In A Silent Way” ในอัลบัมระดับตำนานของเขานั่นเอง เสียงสไตล์ใหม่ที่ก้าวข้ามกรอบแจ๊สเดิมๆ ด้วยการใช้เปียโนไฟฟ้าและกีตาร์ ทิ้งร่องรอยของความก้องกังวานลึกซึ้งเอาไว้ ซึ่งเข้ากับบรรยากาศของพลังสแตนด์ที่ทำให้ “เสียงกลายเป็นวัตถุและคงอยู่” ได้อย่างพอดีเป๊ะ ลองดื่มด่ำลงสู่ห้วงลึกของดนตรีอย่างตั้งใจดูสิ




