RAG MusicAnime Songs
เพลงอนิเมะที่น่ารัก
search

สรุปเพลงตะวันตกที่เป็นต้นแบบของซีรีส์ ‘JOJO’

ตั้งแต่เริ่มตีพิมพ์ในปี 1986 ซีรีส์ “โจโจ้ ล่าข้ามศตวรรษ” ผลงานต้นฉบับของอาจารย์ อารากิ ฮิโรฮิโกะ ได้รับความนิยมในฐานะทั้งมังงะและอนิเมะจากผู้ชมหลากหลายรุ่น

ผลงานนี้ถือเป็นบุกเบิกของ “การต่อสู้ด้วยพลังพิเศษ” ด้วยโครงเรื่องที่ตื่นเต้นเร้าใจและตัวละครที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น จึงเป็นที่รักของแฟนๆ มากมายเสมอมา

หนึ่งในเอกลักษณ์ของ “โจโจ้ ล่าข้ามศตวรรษ” คือ ชื่อของตัวละครและชื่อความสามารถต่างๆ มักจะอ้างอิงจากชื่อศิลปิน วงดนตรี หรือชื่อเพลงที่มีอยู่จริงมาเป็นต้นแบบ

ดังนั้น ในบทความนี้จึงได้รวบรวมเพลงตะวันตกที่เกี่ยวข้องกับซีรีส์ “โจโจ้” มาไว้ด้วยกัน!

ลองมองโลกของ “โจโจ้” ผ่านมุมมองทางดนตีกันดูเถอะ!

สรุปเพลงตะวันตกที่เป็นต้นฉบับของซีรีส์ ‘JoJo’ (ตอนที่ 21–30)

Under The BridgeRed Hot Chili Peppers

Red Hot Chili Peppers – Under The Bridge [Official Music Video]
Under The BridgeRed Hot Chili Peppers

หากพูดถึงวงร็อกต่างประเทศที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในญี่ปุ่น หนึ่งในนั้นคงหนีไม่พ้น Red Hot Chili Peppers หรือที่คนญี่ปุ่นมักเรียกสั้น ๆ ว่า “เรッチิริ” วงนี้เป็นที่นิยมจากซาวด์แบบผสมผสานที่รวมฟังก์ ร็อก และฮิปฮอปเข้าด้วยกัน พร้อมการแสดงที่แหวกแนว แล้วค่อย ๆ เผยอีกมุมหนึ่งในแบบอเมริกันร็อกที่มีเมโลดี้โดดเด่น จนประสบความสำเร็จในระดับโลก เพราะพวกเขามีความนิยมมากจนสามารถจัดคอนเสิร์ตที่โตเกียวโดมได้ ชื่อวงจึงคุ้นหูคนจำนวนมาก อีกทั้งในภาค 4 ของ “JOJO’s Bizarre Adventure” หรือ “เพชรแท้ไม่มีวันสลาย” ยังมีตัวละครร็อกเกอร์ผู้ใฝ่ฝันอยากเป็นมือกีตาร์ชื่อ โอโตอิชิ อากิระ ที่ใช้สแตนด์ชื่อ “Red Hot Chili Pepper” ด้วย!

Rock the CasbahThe Clash

The Clash – Rock the Casbah (Official Video)
Rock the CasbahThe Clash

ในฐานะมุกอ้างอิงเพลงตะวันตกใน “JoJo’s Bizarre Adventure” ก็มีวงพังก์ปรากฏอยู่มากมาย ตัวอย่างที่เป็นตัวแทนชัดเจนคือชื่อสแตนด์ “Crash” ของสควาโลในภาค 5 “Golden Wind” ว่ากันว่าได้แรงบันดาลใจมาจาก The Clash วงพังก์ตัวแทนสหราชอาณาจักรในทศวรรษ 1970 ซึ่งเป็นที่รู้จักจากการแสดงที่ดุดัน และแนวทางดนตรีที่ผสานหลากหลายแนวอย่างเร็กเก้และดับ รวมถึงภาพลักษณ์เชิงสังคมอย่างเข้มข้น ดังที่กล่าวไปแล้ว อัลบั้มในช่วงกลางเป็นต้นไปซึ่งพัฒนาจากซาวด์พังก์ยุคแรกก็ล้วนมีเสน่ห์ทั้งนั้น จึงอยากให้ลองฟังกันดู ไม่ใช่แค่แฟนพังก์เท่านั้น

สรุปเพลงตะวันตกที่เป็นแรงบันดาลใจให้กับซีรีส์ ‘โจโจ้’ (ตอนที่ 31–40)

Both Sides NowJoni Mitchell

Joni Mitchell – Both Sides Now (2021 Remaster) [Official Audio]
Both Sides NowJoni Mitchell

ชื่อจ็อกกี้ในเรซของภาคที่ 7 ของ “JoJo’s Bizarre Adventure” หรือ “Steel Ball Run” นั้นอัดแน่นไปด้วยมุกอ้างอิงจากดนตรีก็จริง แต่ที่จริงแล้วชื่อสเตจก็ซ่อนมุกเอาไว้เช่นกัน สเตจที่ 8 “Both Sides, Now” ว่ากันว่าอ้างอิงมาจากบทเพลงอมตะ “Both Sides Now” ที่แต่งคำร้องและทำนองโดยโจ니 มิทเชลล์ นักร้อง–นักแต่งเพลงผู้ยิ่งใหญ่จากแคนาดา ซึ่งเป็นการอ้างอิงรายละเอียดที่ต้องบอกว่ายอดเยี่ยมจริงๆ คนที่คุ้นกับชื่อภาษาไทยว่า “แสงและเงาแห่งวัยเยาว์” อาจจะนึกออกมากกว่า ทั้งนี้ ผู้ที่ร้องเพลงนี้เป็นคนแรกคือจูดี คอลลินส์ โดยบรรจุอยู่ในอัลบั้ม “Wildflowers” ที่วางจำหน่ายในปี 1967

Every Breath You TakeThe Police

The Police – Every Breath You Take (Official Music Video)
Every Breath You TakeThe Police

ตัวละครฮิโรเซะ โคอิจิ ซึ่งปรากฏตั้งแต่ภาคที่ 4 “เพชรทำลายไม่ได้” ไปจนถึงภาคที่ 5 “สายลมทองคำ” ของ “โจโจ้ ล่าข้ามศตวรรษ” เลี้ยงสุนัขแก่ชื่อ “โพลิส” โดยว่ากันว่าต้นเค้ามาจากวงดนตรีอังกฤษ The Police นั่นเอง เป็นสุดยอดวงทรีโอที่ประกอบด้วยนักดนตรีฝีมือฉกาจอย่างคุณสติง คุณสจวร์ต โคปแลนด์ และคุณแอนดี้ ซัมเมอร์ส ซึ่งภายในระยะเวลาทำงานไม่ถึงสิบปีได้ปล่อยผลงานล้ำสมัยและโด่งดังไปทั่วโลก อัลบั้มออริจินัลมี 5 ชุด แต่อยากให้ลองฟังเรียงตามลำดับการวางจำหน่าย เพื่อสัมผัสประวัติศาสตร์ของพวกเขาที่พัฒนาก้าวกระโดดอย่างน่าทึ่งภายในไม่กี่ปีนั้น!

Georgy PorgyTOTO

Toto – Georgy Porgy (Official Video)
Georgy PorgyTOTO

ชื่อของธงนำขบวนที่เข้าร่วมการแข่งขันในภาคที่ 7 ของ “JoJo’s Bizarre Adventure” อย่าง “Steel Ball Run” นั้นเรียกได้ว่าเป็นขุมทรัพย์แห่งมุกอ้างอิงเพลงตะวันตกเลยทีเดียว คราวนี้จะขอแนะนำที่มาของชื่อ “Georgie Porgie” กัน วงดนตรีอเมริกัน TOTO ซึ่งก่อตั้งจากเหล่านักดนตรีสตูดิโอและสร้างกระแสฮิตถล่มทลายในช่วงปลายทศวรรษ 1970 ถึงทศวรรษ 1980 มีเพลงชื่อ “Georgy Porgy” อยู่ในอัลบั้มเปิดตัวที่ออกในปี 1978 “Toto” (ที่ในญี่ปุ่นรู้จักในชื่อ “อัศวินแห่งจักรวาล”) เพลงนี้มีบรรยากาศเมืองใหญ่ที่โก้หรูและลุ่มลึก โดยนักร้องนำคือมือกีตาร์ สตีฟ ลูคาเธอร์ และจุดเด่นอีกอย่างคือได้ เชอริล ลินน์ ผู้เป็นที่รู้จักจากเพลง “Got To Be Real” มาร่วมร้องคอรัสด้วย ถือเป็นบทเพลงชั้นเยี่ยมจริงๆ!

ท้ายที่สุด

คิดว่าคงพอจะเห็นแล้วว่ามีการใช้วงดนตรีชื่อดังระดับโลกและบทเพลงของพวกเขาเป็นแรงบันดาลใจ ด้วยความที่ผลงานนี้ถูกสานต่อมาเป็นเวลานาน ซีรีส์ที่ค่อนข้างใหม่ก็อาจหยิบเอาศิลปินและเพลงของยุคนั้นมาเป็นธีมด้วย แม้จะไม่ใช่เพลงตะวันตกจึงไม่ได้หยิบมาพูดถึง แต่ ‘Chocolate Disco’ ของ Perfume ก็ปรากฏตัวด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ยังมีผลงานอีกมากมายที่ถูกนำมาเป็นมอทีฟ การลองค้นหาดูเองก็น่าจะเป็นเรื่องสนุกเหมือนกัน!