เพลงอนิเมะตะวันตกสุดร้อนแรงที่ทำให้อารมณ์พุ่งสุด
วัฒนธรรมอนิเมะของญี่ปุ่นเป็นที่รักไปทั่วโลก แต่เพลงอนิเมะภาษาอังกฤษก็กำลังได้รับความสนใจในฐานะเสน่ห์ที่ซ่อนอยู่สำหรับอนิเมะฝั่งตะวันตก เพลงภาษาอังกฤษที่เข้ากันได้ดีกับเรื่องราวอันยิ่งใหญ่แบบผลงานดิสนีย์ ช่วยปลุกเร้าอารมณ์ความประทับใจแบบสดใหม่ได้ใช่ไหมล่ะที่จริงแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเพลงอนิเมะที่ศิลปินต่างประเทศมีส่วนร่วมสร้างสรรค์ หรือเพลงดังที่ถูกคัฟเวอร์เป็นภาษาอังกฤษ โลกของเพลงอนิเมะสไตล์ตะวันตกที่เท่และไพเราะนั้นกว้างใหญ่กว่าที่คิดคราวนี้ เราขอแนะนำบทเพลงล้ำค่าภาษาอังกฤษจากอนิเมะ ที่จะดังสะท้อนใจคุณ!
เพลงอนิเมะสากลสุดร้อนแรงที่ปลุกอารมณ์ให้พุ่ง (1–10)
ImmortalsFall Out Boy

นี่คือเพลงของวงร็อกสัญชาติอเมริกัน Fall Out Boy ที่เขียนขึ้นใหม่สำหรับเอ็นด์เครดิตของภาพยนตร์ดิสนีย์เรื่อง “Big Hero 6” ผลงานชิ้นนี้จากวงที่ก่อตั้งในปี 2001 ออกฉายเมื่อเดือนตุลาคม ปี 2014 และต่อมาได้ถูกรวมอยู่ในอัลบั้ม “American Beauty/American Psycho” ด้วย เสียงเพอร์คัสชันที่ทรงพลังและซาวนด์อิเล็กทรอนิกส์สอดประสานอย่างลงตัวกับความฮึกเหิมของตัวละครที่กำลังแปรเปลี่ยนเป็นฮีโร่ ธีมของเพลงกล่าวถึงจิตวิญญาณที่ไม่ยอมแพ้ซึ่งลุกขึ้นยืนเพื่อตัวสำคัญ และสายใยแห่งมิตรภาพที่ร่วมฝ่าฝันอุปสรรคไปด้วยกัน ฟังแล้วชวนให้เกิดไฟในการต่อสู้ เพลงร้อนแรงที่ได้รับการรับรองแพลตตินัมในสหรัฐฯ นี้ จะคอยผลักดันคุณอย่างทรงพลังเมื่อต้องเผชิญหน้ากับความท้าทายใดๆ!
We Know The WayLin Manuel Miranda & Opetaia Foa’i

เพลงแทรกในภาพยนตร์เรื่อง “Moana” (โมอาน่า) ฉากที่บรรพบุรุษผู้เป็นชาวเดินเรือออกสู่ทะเลอย่างกล้าหาญใช้เพลงนี้ประกอบ ซึ่งเข้ากับบรรยากาศของฉากได้อย่างลงตัว เพลงมีพลังและให้ความรู้สึกโล่งปลอดโปร่งอย่างมาก เป็นเพลงที่ช่วยปลุกใจเมื่อกำลังจะเริ่มต้นสิ่งใหม่ๆ
What’s This?Danny Elfman

เพลงที่ขับร้องในฉากซึ่งตัวเอกที่เบื่อหน่ายกับฮาโลวีนแบบเดิมทุกปี ได้ถูกตรึงใจด้วยทิวทัศน์ของคริสต์มาสทาวน์ที่ไปเยือนเป็นครั้งแรก เพลงนี้ถ่ายทอดความประหลาดใจและความปลื้มปิติเมื่อได้สัมผัสโลกที่ไม่คุ้นเคย เช่น หิมะและแสงไฟหลากสี ผ่านออร์เคสตราที่ระยิบระยับ ที่จริงแล้วผู้ร้องคือคุณแดนนี เอล์ฟแมน นักแต่งเพลงชาวอเมริกันตัว本人! การร้องแบบเร็วรัวเหมือนพ่นคำพูดเข้ากันได้ดีกับความตื่นเต้นเอ่อล้นของตัวเอก ทำให้ฟังแล้วรู้สึกคึกคัก เพลงนี้เป็นเพลงประกอบในภาพยนตร์ดิสนีย์ปี 1993 เรื่อง The Nightmare Before Christmas และบรรจุอยู่ในอัลบั้ม The Nightmare Before Christmas (Original Motion Picture Soundtrack) เมื่ออยากได้แรงกระตุ้นใหม่ๆ ในชีวิตประจำวัน ฟังผลงานชิ้นนี้แล้วรับรองว่าจะต้องรู้สึกตื่นเต้นแน่นอน!
Get Back Up AgainAnna Kendrick

ผลงานเพลงของแอนนา เคนดริก นักแสดงหญิงชาวอเมริกันที่ยังมีบทบาทในฐานะนักร้องด้วย เพลงนี้ถูกใช้เป็นเพลงแทรกในภาพยนตร์อนิเมชันของดรีมเวิร์กส์เรื่อง “Trolls” เนื้อหาเล่าถึงจิตวิญญาณที่ไม่ยอมแพ้ ต่อให้ล้มสักกี่ครั้งก็ลุกขึ้นมาได้เสมอ ราวกับพลังบวกของตัวเอกถูกแปลงเป็นเสียงเพลงโดยตรง แค่ฟังก็ทำให้อารมณ์พุ่งทะยานสุดๆ! ผลงานนี้ถูกรวมอยู่ในอัลบั้ม “Trolls: Original Motion Picture Soundtrack” ที่วางจำหน่ายในเดือนกันยายน ปี 2016 เนื้อเพลงถูกเขียนโดยดูโอที่มีชื่อเสียงจาก “La La Land” จึงทั้งหรูหราในสไตล์มิวสิคัลและมีทำนองป๊อปที่เท่สุดๆ เมื่อกำลังเผชิญหน้ากับความท้าทายจนเกือบถอดใจ เสียงดนตรีที่สดใสแบบสุดขีดนี้จะคอยผลักดันคุณจากด้านหลัง!
Collision Of WorldsBrad Paisley & Robbie Williams

เป็นเพลงปิดท้ายของภาพยนตร์ Cars 2 เป็นบทเพลงสุดยูนีคที่นักร้องชาวอเมริกัน แบรด เพสลีย์ และนักร้องชาวอังกฤษ โรบิน วิลเลียมส์ ร้องโต้ตอบกันด้วยของขึ้นชื่อจากบ้านเกิดของแต่ละคน เสียงร้องที่มีเสน่ห์ของทั้งคู่ผสานกับซาวด์ที่เท่มาก ทำให้ออกมาดูเท่สุดๆ
Hand ClapFitz and the Tantrums

เพลงที่ใช้ในภาพยนตร์ “Despicable Me 3” ผู้ร้องคือวง Fitz and The Tantrums กลุ่มศิลปิน 6 คนที่หลอมรวมหลากหลายแนวเพลงจนเกิดเป็นแนวใหม่ เพลงนี้ก็ทำให้เพลิดเพลินกับองค์ประกอบทางดนตรีที่หลากหลายได้ในครั้งเดียว เป็นผลงานที่สนุกจนเผลอปรบมือคลอตามไปด้วย
Can’t Stop The FeelingJustin Timberlake

เพลงปิดท้ายจากภาพยนตร์ “Trolls” ซึ่งเป็นที่พูดถึงเพราะจัสติน ทิมเบอร์เลคให้เสียงพากย์ด้วย เมโลดี้ที่สดใสทำให้เสียงโทนสูงของเขาดังกังวานอย่างสวยงาม เป็นผลงานที่ให้ความรู้สึกสดชื่นมาก ๆ เป็นเพลงแดนซ์ที่สนุกสุด ๆ กับแนวคิดว่า “เพราะยับยั้งความรู้สึกนี้ไม่ได้ งั้นก็เต้นกันเถอะ”






