บทเพลงอนิเมะอันยิ่งใหญ่ที่แต่งแต้มยุคเฮเซย์
ทศวรรษ 1990…
อาศัยกระแสยุคทองของนิตยสารจัมป์ วงการอนิเมะก็พลอยคึกคักขึ้นอย่างมากเช่นกัน
หนึ่งในปัจจัยที่สร้างกระแสอนิเมะบูมในเวลานั้นก็คือเพลงอนิเมะ (อานิซง)
อานิซงในช่วงต้นสมัยเฮเซ ไม่ค่อยมีรูปแบบที่ให้วงร็อกดังๆ มาขับร้องเหมือนปัจจุบัน แต่ส่วนใหญ่ร้องโดยเหล่านักดนตรีที่เชี่ยวชาญด้านอานิซงโดยเฉพาะ
ครั้งนี้เราขอคัดสรรผลงานอานิซงยุคเฮเซที่ได้รับความนิยมเป็นพิเศษมานำเสนอ!
ล้วนเป็นเพลงดังที่ไม่ว่าเด็กผู้ใหญ่ชายหญิง ใครๆ ก็ต้องเคยได้ยินอย่างน้อยสักครั้งแน่นอน เชิญตรวจสอบกันได้เลย!
เพลงอนิเมะอันยิ่งใหญ่ที่แต่งแต้มยุคเฮเซย์ (1–10)
CHA-LA HEAD-CHA-LAKageyama Hironobu

ผลงานอันยิ่งใหญ่ของญี่ปุ่นที่ภาคภูมิใจต่อโลก “ดรากอนบอล Z” ความนิยมพุ่งทะยานในชั่วขณะ จนเทียบกับอนิเมะเรื่องอื่นไม่ได้ ในฝรั่งเศสเคยทำเรตติ้งผู้ชมได้ถึง 80% เมื่อพูดถึงเพลงธีมของ “ดรากอนบอล Z” แน่นอนว่าต้องเป็น “CHA-LA HEAD-CHA-LA” ที่เป็นที่นิยมที่สุด หลายคนอาจมีภาพลักษณ์แบบยุคโชวะ แต่ตัวอนิเมะฉายในยุคเฮเซ และเพลงนี้ก็ออกวางจำหน่ายในปีเฮเซที่ 1 เสียงร้องอันเปี่ยมพลังของฮิโรโนบุ คางายามะ มีพลังที่ใช้ได้กับทุกยุคสมัย
ธนูและลูกศรสีชาดLinked Horizon

ยุคทองของจัมป์ได้สิ้นสุดลงแล้ว วงการมังงะญี่ปุ่นนั้น มาเป็นเวลานานที่ผลงานแนวเด็กๆ ซึ่งมีแต่เรื่องสวยหรูและปลอดภัยครองกระแสหลัก ผลงานที่สะเทือนใจและหักล้างกระแสนั้นก็คือ “ผ่าพิภพไททัน” ซึ่งเป็นผลงานระดับธงของนิตยสารมังงะชั้นนำ และยังได้รับความนิยมอย่างล้นหลามในรูปแบบอนิเมะด้วย เพลงธีม “Guren no Yumiya” ถ่ายทอดบรรยากาศโลกทัศน์ของ “ผ่าพิภพไททัน” ที่ไร้หลักประกัน ไร้ความแน่นอน และเต็มไปด้วยความจริงอันโหดร้ายได้อย่างยอดเยี่ยม อีกทั้งการที่เพลงเปิดทำหน้าที่เป็นปมปริศนา/伏線 ก็อาจเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้บทเพลงนี้ได้รับความสนใจอย่างมากเช่นกัน
Beautiful WorldUtada Hikaru

เป็นเพลงที่เสียงสังเคราะห์ใสกระจ่างและจังหวะโฟร์ออนเดอะฟลอร์ผสานเข้ากับเสียงร้องแผ่วเบาได้อย่างลงตัวเลยใช่ไหมล่ะ ความปรารถนาอันจริงใจที่อยากถูกรัก อยากเป็นที่ต้องการ แทรกซึมอยู่ในบทเพลงนี้ ทำให้เข้ากับโลกทัศน์ของเอวานเกเลียนได้อย่างยอดเยี่ยม เพลงไตเติลซิงเกิลลำดับที่ 19 ของคุณฮิคารุ อุตะดะ วางจำหน่ายในเดือนสิงหาคม 2007 และถูกใช้เป็นธีมหลักของภาพยนตร์ Evangelion: 1.0 You Are (Not) Alone ต่อมาในภาคอื่นๆ ก็ถูกนำไปเรียบเรียงใหม่เพื่อประดับเอนด์โรล กลายเป็นสัญลักษณ์ของผลงานชุดนี้ไปด้วย เพลงนี้ยังถูกทำเป็นซิงเกิลหน้าคู่ร่วมกับเพลงโฆษณา Nissin Cup Noodles และถูกรวมอยู่ในอัลบั้ม HEART STATION ที่ออกในปีถัดมาอีกด้วย เหมาะมากสำหรับช่วงเวลาที่พลันรู้สึกโดดเดี่ยว หรือยามขับรถกลางคืนที่อยากดื่มด่ำกับโลกของเสียงเพลงอย่างเงียบสงบเพียงลำพัง
มุ่งสู่การเป็นโปเกมอนมาสเตอร์Matsumoto Rika

ในฐานะผลงานเกมก็ได้รับความนิยมอย่างมาก และในฐานะอนิเมะก็เป็นที่นิยมด้วย “โปเกมอน” สำหรับผู้ที่เติบโตมาในยุคเฮเซ ใคร ๆ ก็สามารถเอ่ยชื่อโปเกมอนสัก 5 ตัวได้ ความนิยมเรียกได้ว่ามหาศาล เมื่อไม่นานมานี้ยังเป็นข่าวใหญ่เพราะซาโตชิพระเอกของเรื่องประกาศอำลาอีกด้วย และหากพูดถึงเพลงธีมของ “โปเกมอน” ก็ต้องเป็นเพลงนี้ “Mezase Pokémon Master” อย่างไม่ต้องสงสัย เพลงนี้ขับร้องโดยคุณริกะ มัตสุมोटो ผู้พากย์เสียงซาโตชิ ซึ่งด้วยพลังการร้องอันยอดเยี่ยมทำให้ไม่รู้สึกขัดเขินใด ๆ เลย จนฟังแล้วเหมือนซาโตชิเป็นคนร้องจริง ๆ นั่นถือได้ว่าเป็นพรสวรรค์โดยกำเนิดของคุณริกะ มัตสุมโตะ
ตราบจนกว่าต้นโลกจะล่มสลาย…WANDS

ในอดีตเป็นเรื่องปกติที่เพลงประกอบอนิเมะจะถูกขับร้องโดยนักร้องเพลงอนิเมะ โดยอนิเมะที่ทำลายกรอบนั้น คงหนีไม่พ้น “SLAM DUNK” ใช่ไหมล่ะ? อนิเมะเรื่องนี้ได้รับความสนใจอย่างมากเพราะให้วงร็อกชื่อดังของญี่ปุ่นในขณะนั้นอย่าง WANDS มาทำเพลงธีม ทุกวันนี้มีเพลงจำนวนไม่น้อยที่ไม่ค่อยเข้ากับบรรยากาศของอนิเมะ แต่ในกรณีของ WANDS สิ่งที่ยอดเยี่ยมคือพวกเขาถ่ายทอดโลกทัศน์ของ “SLAM DUNK” ลงในบทเพลงได้อย่างลงตัว โดยเฉพาะเพลง “จนกว่าโลกจะดับสิ้น…” (Sekai ga Owaru made wa…) ซึ่งได้รับความนิยมอย่างมาก ถือเป็นผลงานที่ยอดเยี่ยมทั้งในฐานะเพลงและเพลงประกอบอนิเมะ ขอแนะนำให้ลองไปฟังกันดู
รีไรต์ASIAN KUNG-FU GENERATION

นี่คือบทเพลงที่ถูกใช้เป็นธีมเปิดของอนิเมะ “Fullmetal Alchemist” ที่ออกอากาศระหว่างปี 2003 ถึง 2004 เพื่อแยกความแตกต่างจาก “Fullmetal Alchemist: Brotherhood” ที่เริ่มออกอากาศในปี 2009 ผลงานนี้จึงถูกเรียกว่าเวอร์ชันไม่มีคำต่อท้าย และถูกกล่าวขานสืบต่อกันมาในฐานะบทเพลงที่เป็นสัญลักษณ์ของเรื่อง นอกจากนี้ยังเป็นเพลงตัวแทนของ ASIAN KUNG-FU GENERATION อีกด้วย เสน่ห์สำคัญคือซาวด์ดนตรีแบบวงที่ทรงพลังและปลุกเร้าให้ฮึกเหิม ความรุนแรงที่ชวนให้นึกถึงแอ็กชัน บรรยากาศที่เหมือนจะกวาดล้างอุปสรรคตรงหน้า ชวนให้รู้สึกว่าเข้ากันได้ดีกับเนื้อหาของผลงาน
งานคาร์นิวัลแม่มดน้อยMAHO dō

เพลงที่ร้องโดย MAHO堂 ซึ่งเป็นยูนิตของตัวละครเอก ใช้เป็นเพลงเปิดของอนิเมะ “แม่มดน้อยโดเรมี (Ojamajo Doremi)” และยังถูกพูดถึงในฐานะผลงานที่เป็นสัญลักษณ์ของซีรีส์อันยาวนานนี้ อีกทั้งด้วยบรรยากาศที่สดใสคึกคัก จึงทำให้ตัวเพลงเองเป็นที่รักของผู้คนด้วย เนื้อหามุ่งไปที่สิ่งที่อยากทำหากใช้เวทมนตร์ได้ ซึ่งสอดรับกับธีมใหญ่ของเรื่อง พร้อมทั้งชวนให้รู้สึกคุ้นเคยเพราะเป็นเรื่องที่ใคร ๆ ก็เคยนึกฝัน ภายใต้บรรยากาศสดใสร่าเริงสุด ๆ ที่ทำให้ภาพของการร้องด้วยรอยยิ้มถ่ายทอดออกมาได้ชัดเจน เพลงนี้ปลุกความรู้สึกเชิงบวกให้ก้าวเดินสู่อนาคตต่อไป



