RAG Musicเพลงอนิเมะ
เพลงอนิเมะที่น่ารัก

【2026】เพลงตะวันตกที่ถูกใช้ในอนิเมะญี่ปุ่น รวมไว้แล้ว

เพลงเปิดและเพลงปิดของอนิเมะนั้น สำคัญมากในแง่หนึ่ง แถมยังมีหลายเพลงที่น่าประทับใจจนสามารถกำหนดภาพลักษณ์ของผลงานได้เลย

มีทั้งเพลงที่ให้ความเป็น “อนิซอง” ชัดเจน ไปจนถึงเพลงที่ขับร้องโดยนักพากย์ จึงมีอนิซองหลากหลายรูปแบบอยู่มากมาย บทความนี้ได้รวบรวมเพลงของศิลปินและวงดนตรีตะวันตกที่ถูกใช้เป็นเพลงประกอบหลักในอนิเมะญี่ปุ่นเอาไว้

บางคนอาจรู้สึกว่าเพลงตะวันตกไม่น่าจะเชื่อมโยงกับอนิเมะญี่ปุ่นได้… แต่ความจริงแล้วถูกนำมาใช้เยอะพอสมควรเลยนะ

อาจได้ค้นพบเพลงตะวันตกที่แม้แต่แฟนเพลงต่างชาติก็ยังไม่รู้ และถูกใช้ในผลงานที่คาดไม่ถึงก็เป็นได้?

ลองเช็กกันดูนะ!

【2026】สรุปเพลงตะวันตกที่ใช้ในอนิเมะญี่ปุ่น (1–10)

Ergo Proxy

PARANOID ANDROIDRadiohead

เรดิโอเฮด วงดนตรีจากสหราชอาณาจักรที่โด่งดังไปทั่วโลก ได้ปล่อยซิงเกิลนำ “PARANOID ANDROID” จากอัลบั้ม “OK Computer” ในปี 1997 ซึ่งยังคงส่งแรงสั่นสะเทือนและความ共鳴ที่ไม่จางหายมาจนถึงปัจจุบัน บทเพลงยาว 6 นาที 27 วินาทีนี้อัดแน่นด้วยความงดงามอันซับซ้อนที่ถักทอระหว่างเนื้อร้องและองค์ประกอบทางดนตรีอันหลากหลาย เนื้อหาที่ถูกหล่อหลอมด้วยธีมหนักแน่นอย่างการประท้วงทางการเมืองและความขัดแย้งภายในจิตมนุษย์ ถ่ายทอดอารมณ์ดิบของทอม ยอร์กได้อย่างแยบคาย อีกทั้งยังสอดรับกับโลกทัศน์ของอนิเมะ “Ergo Proxy” อย่างน่าทึ่ง โดยบรรยากาศที่มืดหม่นและซับซ้อนนั้นเข้ากันได้อย่างลงตัว ภาพของการต่อสู้ระหว่างหัวใจที่โหยหาความสงบกับความจริงอันโกลาหล คงได้สะกิดใจผู้ชมอนิเมะจำนวนไม่น้อยอย่างแน่นอน

โกโกะ ทามาก็อตจิ!

Baby IAriana Grande

Ariana Grande – Baby I (Official Video)
Baby IAriana Grande

เพลง “Baby I” ซึ่งถูกรวมอยู่ในอัลบั้มเปิดตัว “Yours Truly” ที่อาเรียนา กรานเดปล่อยในปี 2013 ยังคงเป็นที่รักของผู้ฟังจำนวนมากจนถึงทุกวันนี้ บทเพลงนี้ถ่ายทอดความรักอันรุนแรงเกินจะเอ่ยเป็นคำต่อใครสักคนพิเศษ บนจังหวะที่พลิ้วไหว ขณะเดียวกัน โปรดักชันที่ประณีตก็มอบความสบายหู และซาวด์สไตล์ยุค 90 ก็มีเสน่ห์อย่างยิ่ง มีเกร็ดว่าอาเรียนา กรานเดเองรักทามาก็อตจิมาก ในปี 2014 จึงมีการปล่อยเวอร์ชันใหม่ที่เรียบเรียงขึ้นเป็นเพลงปิดท้ายรายการ “GO-GO ทามาก็อตจิ!” สำหรับแฟนเพลงเลิฟซองย่อมถูกใจแน่นอน และยังเหมาะอย่างยิ่งสำหรับแฟนอนิเมะรุ่นเยาว์ด้วย

โจโจ้ ล่าข้ามศตวรรษ สตาร์ดัสต์ครูเซเดอร์ส

Walk Like An EgyptianThe Bangles

The Bangles – Walk Like an Egyptian (Official Video)
Walk Like An EgyptianThe Bangles

“Walk Like An Egyptian” ของ The Bangles ที่ออกในปี 1986 ถูกเลือกเป็นเพลงปิดของอนิเมะ “JoJo’s Bizarre Adventure: Stardust Crusaders” และได้ปลุกกระแสความตื่นเต้นในหมู่แฟนๆ เนื้อเพลงซึ่งเป็นการคารวะต่อวัฒนธรรมอียิปต์และสะท้อนความเปลี่ยนแปลงของยุคสมัย เน้นย้ำถึงความเคารพต่อวัฒนธรรมต่างชาติและเสรีภาพ อีกทั้งเพลงนี้ยังเกิดจากแรงบันดาลใจที่วงได้รับระหว่างการเดินทางไปอียิปต์ แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการเป็นฮิตระดับนานาชาติ เนื่องจากเรื่องราวของอนิเมะดำเนินในอียิปต์ การเลือกเพลงนี้จึงลงตัวอย่างยิ่ง และเสน่ห์แบบเอ็กโซติกของเพลงยิ่งขับเน้นองค์ประกอบการผจญภัยของอนิเมะ ด้วยพลังเสริมกันกับผลงานของฮิโรฮิโกะ อารากิ ทำให้เพลงโดดเด่นยิ่งขึ้น และท่วงทำนองดังกังวานถึงทั้งแฟนรุ่นเก่าและรุ่นใหม่

โจโจ้ ล่าข้ามศตวรรษ ภาค 6 สโตนโอเชียน

Distant DreamerDuffy

【คำแปลเป็นภาษาไทย】Duffy – Distant Dreamer | เพลงปิดอนิเมะ “โจโจ้ ล่าข้ามศตวรรษ: สโตนโอเชียน”
Distant DreamerDuffy

เพลง “Distant Dreamer” ของดัฟฟี ศิลปินจากเวลส์ เป็นผลงานที่สะท้อนความโหยหาความอิสระและความมุ่งมั่นอันแรงกล้าของผู้ไล่ตามความฝัน บทเพลงนี้บรรจุอยู่ในอัลบั้ม “Rockferry” ที่ปล่อยในปี 2008 และยังถูกใช้เป็นเพลงปิดของ “JOJO’s Bizarre Adventure: Stone Ocean” เนื้อเพลงถ่ายทอดการต่อสู้ภายในใจที่ แม้จะปรารถนาสถานการณ์ที่ดีที่สุด ก็ยังเผชิญหน้าความจริงและไม่ละทิ้งความหวังต่อความฝัน ซึ่งเข้ากันอย่างยิ่งกับพลังที่ซ่อนเร้นและความขัดแย้งของโจลีน คูโจ ร่วมกับการออกอากาศอนิเมะในปี 2021 ยอดสตรีมในญี่ปุ่นพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ตอกย้ำความนิยมในหมู่แฟนๆ ผลงานนี้มอบความกล้าหาญให้พลังในการฝ่าฟันอุปสรรคทุกอย่าง จึงขอแนะนำเป็นพิเศษสำหรับผู้ที่กำลังไล่ตามความฝัน!

มุชิชิ ภาคต่อ

ShiverLucy Rose

เพลง “Shiver” ของลูซี โรส เป็นผลงานที่กินใจ ถ่ายทอดอารมณ์อันละเอียดอ่อนของความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนและเปราะบางได้อย่างงดงาม ผลงานชิ้นนี้ถูกเลือกให้เป็นเพลงเปิดของอนิเมะ “Mushishi Zoku Shō” ที่ออกอากาศในปี 2014 โดยโดดเด่นด้วยน้ำเสียงร้องที่นุ่มนวลลึกซึ้งของโรส และเนื้อหาที่กล่าวถึงธีมสากลอย่างความรัก ความเปราะบาง และความหวาดกลัวต่อการสูญเสียคนสำคัญ ตัวเอกในเนื้อเพลงแม้จะมีความรักลึกซึ้งต่อกัน แต่กลับต้องทุกข์ทนกับความสัมพันธ์ที่กำลังร่วงโรย และหวนมองกลับไปยังช่วงเวลาที่ผ่านพ้น แม้พยายามประคับประคองให้ยืนยาว ทว่าท้ายที่สุดความสัมพันธ์ก็แตกสลาย ถ่ายทอดภาวะใจที่แกว่งไกวระหว่างความผูกพันต่ออดีตกับความจริงอันเจ็บปวดได้อย่างน่าเศร้าสะเทือนใจ ผลงานนี้ยังเกิดซินเนอร์จีกับอนิเมะได้ยอดเยี่ยม ทิ้งเสียงสะท้อนลึกซึ้งในใจผู้ชม สำหรับทั้งผู้ที่ยังไม่เคยฟังผลงานของโรสและแฟนอนิเมะ เรื่องนี้คือผลงานที่อยากแนะนำเป็นอย่างยิ่ง!