【2026】เพลงตะวันตกที่ถูกใช้ในอนิเมะญี่ปุ่น รวมไว้แล้ว
เพลงเปิดและเพลงปิดของอนิเมะนั้น สำคัญมากในแง่หนึ่ง แถมยังมีหลายเพลงที่น่าประทับใจจนสามารถกำหนดภาพลักษณ์ของผลงานได้เลย
มีทั้งเพลงที่ให้ความเป็น “อนิซอง” ชัดเจน ไปจนถึงเพลงที่ขับร้องโดยนักพากย์ จึงมีอนิซองหลากหลายรูปแบบอยู่มากมาย บทความนี้ได้รวบรวมเพลงของศิลปินและวงดนตรีตะวันตกที่ถูกใช้เป็นเพลงประกอบหลักในอนิเมะญี่ปุ่นเอาไว้
บางคนอาจรู้สึกว่าเพลงตะวันตกไม่น่าจะเชื่อมโยงกับอนิเมะญี่ปุ่นได้… แต่ความจริงแล้วถูกนำมาใช้เยอะพอสมควรเลยนะ
อาจได้ค้นพบเพลงตะวันตกที่แม้แต่แฟนเพลงต่างชาติก็ยังไม่รู้ และถูกใช้ในผลงานที่คาดไม่ถึงก็เป็นได้?
ลองเช็กกันดูนะ!
- 【2026】รวมอนิเมะซองฝรั่งเท่ๆ
- การจัดอันดับเพลงประกอบอนิเมะสากลยอดนิยม【2026】
- 【รวมเพลงระดับตำนาน】รวมเพลงอนิเมะสุดเท่ที่คออนิเมะคัดสรร
- รวมเพลงอนิเมะบัลลาดเรียกน้ำตา [ซึ้งกินใจ・เศร้า]
- 【เพลงอนิเมะ×ร็อก】รวมเพลงอนิเมะที่ร้องโดยวงร็อก
- 【เดือดพล่าน】รวมเพลงอนิเมะมันส์ๆ ที่ทำให้อารมณ์พุ่งพรวด
- 【2026】อนิเมะซองญี่ปุ่นที่ได้รับความนิยมในอเมริกา รวมไว้แล้ว
- สรุปเพลงอนิเมะของโวคาลอยด์ [ตั้งแต่เพลงเปิด-ปิดไปจนถึงผลงานคัฟเวอร์]
- เพลงอนิเมะตะวันตกสุดร้อนแรงที่ทำให้อารมณ์พุ่งสุด
- เพลงอนิเมะภาษาตะวันตกที่ร้องในคาราโอเกะได้ง่าย
- 【2026】เพลงอนิเมะที่กีตาร์เท่มาก บทเพลงอมตะ・เพลงยอดนิยมแนะนำ
- สรุปเพลงตะวันตกที่เป็นต้นแบบของซีรีส์ ‘JOJO’
- 【ชวนให้คิดถึง】บทเพลงอนิเมะสุดไพเราะและยอดนิยมที่แนะนำสำหรับวัย 30 ปี
【2026】สรุปเพลงตะวันตกที่ใช้ในอนิเมะญี่ปุ่น (1–10)
Walk Like An EgyptianThe Bangles

“Walk Like An Egyptian” ของ The Bangles ที่ออกในปี 1986 ถูกเลือกเป็นเพลงปิดของอนิเมะ “JoJo’s Bizarre Adventure: Stardust Crusaders” และได้ปลุกกระแสความตื่นเต้นในหมู่แฟนๆ เนื้อเพลงซึ่งเป็นการคารวะต่อวัฒนธรรมอียิปต์และสะท้อนความเปลี่ยนแปลงของยุคสมัย เน้นย้ำถึงความเคารพต่อวัฒนธรรมต่างชาติและเสรีภาพ อีกทั้งเพลงนี้ยังเกิดจากแรงบันดาลใจที่วงได้รับระหว่างการเดินทางไปอียิปต์ แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการเป็นฮิตระดับนานาชาติ เนื่องจากเรื่องราวของอนิเมะดำเนินในอียิปต์ การเลือกเพลงนี้จึงลงตัวอย่างยิ่ง และเสน่ห์แบบเอ็กโซติกของเพลงยิ่งขับเน้นองค์ประกอบการผจญภัยของอนิเมะ ด้วยพลังเสริมกันกับผลงานของฮิโรฮิโกะ อารากิ ทำให้เพลงโดดเด่นยิ่งขึ้น และท่วงทำนองดังกังวานถึงทั้งแฟนรุ่นเก่าและรุ่นใหม่
Distant DreamerDuffy

เพลง “Distant Dreamer” ของดัฟฟี ศิลปินจากเวลส์ เป็นผลงานที่สะท้อนความโหยหาความอิสระและความมุ่งมั่นอันแรงกล้าของผู้ไล่ตามความฝัน บทเพลงนี้บรรจุอยู่ในอัลบั้ม “Rockferry” ที่ปล่อยในปี 2008 และยังถูกใช้เป็นเพลงปิดของ “JOJO’s Bizarre Adventure: Stone Ocean” เนื้อเพลงถ่ายทอดการต่อสู้ภายในใจที่ แม้จะปรารถนาสถานการณ์ที่ดีที่สุด ก็ยังเผชิญหน้าความจริงและไม่ละทิ้งความหวังต่อความฝัน ซึ่งเข้ากันอย่างยิ่งกับพลังที่ซ่อนเร้นและความขัดแย้งของโจลีน คูโจ ร่วมกับการออกอากาศอนิเมะในปี 2021 ยอดสตรีมในญี่ปุ่นพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ตอกย้ำความนิยมในหมู่แฟนๆ ผลงานนี้มอบความกล้าหาญให้พลังในการฝ่าฟันอุปสรรคทุกอย่าง จึงขอแนะนำเป็นพิเศษสำหรับผู้ที่กำลังไล่ตามความฝัน!
Baby IAriana Grande

เพลง “Baby I” ซึ่งถูกรวมอยู่ในอัลบั้มเปิดตัว “Yours Truly” ที่อาเรียนา กรานเดปล่อยในปี 2013 ยังคงเป็นที่รักของผู้ฟังจำนวนมากจนถึงทุกวันนี้ บทเพลงนี้ถ่ายทอดความรักอันรุนแรงเกินจะเอ่ยเป็นคำต่อใครสักคนพิเศษ บนจังหวะที่พลิ้วไหว ขณะเดียวกัน โปรดักชันที่ประณีตก็มอบความสบายหู และซาวด์สไตล์ยุค 90 ก็มีเสน่ห์อย่างยิ่ง มีเกร็ดว่าอาเรียนา กรานเดเองรักทามาก็อตจิมาก ในปี 2014 จึงมีการปล่อยเวอร์ชันใหม่ที่เรียบเรียงขึ้นเป็นเพลงปิดท้ายรายการ “GO-GO ทามาก็อตจิ!” สำหรับแฟนเพลงเลิฟซองย่อมถูกใจแน่นอน และยังเหมาะอย่างยิ่งสำหรับแฟนอนิเมะรุ่นเยาว์ด้วย
【2026】สรุปเพลงตะวันตกที่ถูกใช้ในอนิเมะญี่ปุ่น (ลำดับที่ 11–20)
ShiverLucy Rose

เพลง “Shiver” ของลูซี โรส เป็นผลงานที่กินใจ ถ่ายทอดอารมณ์อันละเอียดอ่อนของความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนและเปราะบางได้อย่างงดงาม ผลงานชิ้นนี้ถูกเลือกให้เป็นเพลงเปิดของอนิเมะ “Mushishi Zoku Shō” ที่ออกอากาศในปี 2014 โดยโดดเด่นด้วยน้ำเสียงร้องที่นุ่มนวลลึกซึ้งของโรส และเนื้อหาที่กล่าวถึงธีมสากลอย่างความรัก ความเปราะบาง และความหวาดกลัวต่อการสูญเสียคนสำคัญ ตัวเอกในเนื้อเพลงแม้จะมีความรักลึกซึ้งต่อกัน แต่กลับต้องทุกข์ทนกับความสัมพันธ์ที่กำลังร่วงโรย และหวนมองกลับไปยังช่วงเวลาที่ผ่านพ้น แม้พยายามประคับประคองให้ยืนยาว ทว่าท้ายที่สุดความสัมพันธ์ก็แตกสลาย ถ่ายทอดภาวะใจที่แกว่งไกวระหว่างความผูกพันต่ออดีตกับความจริงอันเจ็บปวดได้อย่างน่าเศร้าสะเทือนใจ ผลงานนี้ยังเกิดซินเนอร์จีกับอนิเมะได้ยอดเยี่ยม ทิ้งเสียงสะท้อนลึกซึ้งในใจผู้ชม สำหรับทั้งผู้ที่ยังไม่เคยฟังผลงานของโรสและแฟนอนิเมะ เรื่องนี้คือผลงานที่อยากแนะนำเป็นอย่างยิ่ง!
Arrietty’s SongCecile Corbel

นี่คือเพลงธีมที่นักร้องนักแต่งเพลงจากแคว้นบริตตานี ประเทศฝรั่งเศส เซซิล คอร์เบล เขียนขึ้นใหม่สำหรับผลงานสตูดิโอจิบลิเรื่อง “The Borrower Arrietty” (Karigurashi no Arrietty) เพลงนี้ออกในปี 2010 โดดเด่นด้วยบรรยากาศอันน่าพิศวงที่ถักทอจากประเพณีดนตรีเซลติกและเสียงพิณฮาร์ป เมโลดี้อันงดงามและละเมียดละไมได้สื่อถึงธีมของภาพยนตร์ที่ว่า “พลังอันยิ่งใหญ่ของตัวตนที่เล็กจิ๋ว” และเป็นที่ชื่นชอบทั้งในเวอร์ชันภาษาญี่ปุ่นและภาษาอังกฤษ นี่เป็นผลงานที่ปฏิวัติวงการเพราะเป็นการผลิตดนตรีทั้งหมดโดยศิลปินต่างชาติเป็นครั้งแรกในผลงานของจิบลิ สำหรับผู้ที่ชื่นชอบผลงานแฟนตาซีหรือสนใจดนตรีเซลติก ขอแนะนำอย่างยิ่งให้ลองฟังเพลงชิ้นเอกนี้
I Want YouSavage Garden

กลายเป็นเพลงปิดท้ายของอนิเมะ “JoJo no Kimyou na Bouken Part 4: Diamond wa Kudakenai” แล้ว เป็นเพลงที่จังหวะมันและเท่มาก เสียงกระซิบร้องเร็วให้ความรู้สึกสบายหู แนะนำให้ใช้เป็นเพลงประกอบตอนเดินเล่นหรือขับรถด้วย
Bad ReputationAvril Lavigne

เพลงนี้ถูกเลือกให้เป็นเพลงประกอบหลักของภาพยนตร์ “ONE PIECE FILM Z” เดิมทีเป็นผลงานของโจน เจ็ตต์ ที่ปล่อยในปี 1981 และอาวริลได้คัฟเวอร์ในปี 2008 เวอร์ชันของอาวริลมาในสไตล์ป๊อปพังก์ที่พุ่งทะยาน สดใส ซึ่งเข้ากับเอกลักษณ์ของเธอ และเพราะเออิจิโร โอดะ ชื่นชอบเวอร์ชันนี้ จึงถูกนำมาใช้เป็นเพลงประกอบหลักของภาพยนตร์ในปี 2012 นอกจากนี้ ใน “ONE PIECE FILM Z” ยังมีเพลง “How You Remind Me” ที่อาวริลร้องเช่นกัน ถูกใช้เป็นเพลงประกอบหลักร่วม (W-ธีม) โดยเพลงนี้เป็นการคัฟเวอร์ผลงานของวงร็อก Nickelback



